2006/Jul/11

ในที่สุดก็ทำธีมใหม่เสร็จแล้ว
ธีมนี้เป็นธีมที่ใช้เวลาทำนานที่สุดเท่าที่ทำมา
ใช้เวลาทั้งหมด 3 วัน ^^''
ที่ใช้เวลานานขนาดนี้เพราะกว่าจะได้ทำแต่ละครั้ง
ก็ติดโน่นบ้างนี้บ้าง แต่แล้วสุดก็ทำเสร็จ
ธีมนี้อาจดูรกหูรกตาไปบ้างนะคะ ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย^^''
(รกพอ ๆ กับการบ้านเจ้าของบล็อค)


Full Theme title : Once upon a time... กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
materials credit :
รูปหนังสือ : www.battellemedia.com/images/book_open.jpg

รูปเศษกระดาษ : www.liv.umich.edu/paper(2)_lg.jpg

รูปกระดาษสมุด/remember note : www.dreamstime.com/remembernote

บทความในหนังสือฝั่งซ้าย : www.animelylics.com (คำแปลภาษาอังกฤษของเพลง mother land จาก FMA)

บทความในหนังสือฝั่งขวา : www.animelylics.com (คำแปลภาษาอังกฤษของเพลง Tobira no mukou จากFMA)

รูปจากในหนังสือและอวาต้าจากเรื่อง World's End (จำurl ไม่ได้ค่ะ ^^'')

บรัชกรอบใส่ข้อความจาก Vanilla Brush (จำurlเว็บไม่ได้เหมือนกันค่ะ)

(ละเอียดยิบ - -'')



รู้สึกธีมนี้จะไม่ค่อยเอื้อต่อการเขียนยาว ๆ เท่าไหร่
สุดท้ายสวยหรือไม่สวยยังไงก็ช่วยคอมเมนท์ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

 

edit @ 2006/07/11 15:29:15
edit @ 2006/07/11 17:18:39

2006/Jul/09

ก่อนอื่นก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่ดองบล็อคไว้นาน (ตั้ง 1 เดือน แหะ ๆ )
ตอนนี้มาอัพแล้วน้า อย่าเพิ่งหนีไปไหน
เอาเป็นว่าเข้าเรื่องเลยละกัน =W=


ก่อนอื่นขอแนะนำตัวละครต่าง ๆ (?!)ที่จะกล่าวถึง(บ่อย ๆ )ก่อนเลย
คนแรก เมย์ - ดูจากหน้าตาก็ทราบได้ว่าเป็นเด็กเรียน เรียบร้อย (และหลายอย่างที่เข้าทำนองนี้)

ต่อมาคนที่สองคือ ซูซู - มนุษยสัมพันธ์ดีเยี่ยม เป็นเพื่อนที่น่ารักมาก>W<

เฟิร์ส - อยู่นิ่งไม่เป็น ต้องหาอะไรทำตลอด=_='' เป็นทั้งข้อดีและข้อเสีย

เจ๋ง - เพื่อนที่มีเรื่องโน้นเรื่องนี้เล่าให้ฟังเสมอ (ส่วนมากเป็นเรื่องชาวบ้าน) โดยแทบทุกครั้งที่เล่า
เจ๋งก็จะปิดท้ายเสมอว่า "อย่าฟังเลย เดี๋ยวเค้าทำให้พิมพ์ตบะแตก -_-''

ทัวร์ - ขณะนี้ข้าพเจ้ายังสงสัยไม่น้อยว่าเป็นเพศอะไรกันแน่ ชายก็ไม่ใช่ อย่างอื่นก็ไม่เชิง
มีความกล้าแสดงออกเกินไป (ส่วนมากในเรื่องที่ไม่ค่อยดี)

กิมส่วน - รักสวยรักงาม อดีตเคยเป็นคนเรียบร้อยมาก ๆ ส่วนตอนนี้พูดมากไปนิด=W=''

น้องเอิง - ร่าเริงทุกสถานะการณ์ (เจอทีไรก็ยิ้มตลอด)

น้องฝ้าย - ดูเงียบ ๆ กว่าคนอื่นที่ไปนิดหน่อย

น้องบาย - ขี้กลัวสุด ๆ (โดยเฉพาะเรื่องผี ๆ )

น้องเบน - ดูเป็นผู้นำ กล้าคิดกล้าแสดงออก

คนสุดท้าย....... เราเอง - ส่วนมากจะเงียบ ไม่ค่อยพูดอะไร (เพราะไม่มีเพื่อนสนิท)

ที่จริงแล้วไปกัน 10 คน โดยรับสมัครเอาแต่ห้องคิงจากม.2-3 ไป แต่ว่าทัวร์ขอไปด้วย เลยไปกัน 11 คน

ก่อนไปเราก็กลัวอยู่นิดหน่อย (กลัวผี) แต่พอได้ยินชื่อค่อยโล่งหน่อย
"สำนักวิปัสนาวังกาบราง" ตอนแรกได้ยินเป็น "วัด"
ตอนออกเดินทางรถไม่พอ (ที่จริงกะว่าจะไปกันแค่ 10 นี่)
เลยต้องยัดๆ กันนั่ง แต่ว่ายังไงก็ไม่พออีก
เราก็ไม่รู้ทำอะไร เลยนั่งเฉย ๆ (เหม่อ)รอเค้าแก้ปัญหากับเพื่อนในรถ
นั่งอยู่ดี ๆ 'เอ๊ะ อะไรหนัก ๆ อยู่บนตักเนี่ย?'
พอละสายตาออกจากหน้าต่างแล้วมองไปที่ตักตัวเองตกใจสุด ๆ แต่พอมาดูดี ๆ
ตอนแรกนึกว่าอะไร ที่จริงเจ๋งหมุนตัวลงมาจากเบาะด้านหน้าจะมานั่งข้างหลัง
โธ่ ตกใจหมด นึกว่ารถอาถรรพ์อะไรอีก
(ส่วนเพื่อนคนอื่นหัวเราะกับท่าหมุนอันสวยงามของทั่นเจ๋ง ส่วนเราหัวเราะไม่ลง)
หลังจากนั้นพอที่นั่งลงตัว (จากการช่วยเหลือขอเจ๋ง) แล้วก็ออกเดินทาง

เมื่อมาถึงแล้วนร.หญิงรร.เราทั้ง 8 คน ก็ได้ที่พักพิเศษ (สวยมาก>W<)
(ไม่ต้องไปนอนรวมกับคนอื่น) อัดกันไปนิด แต่ก็พอนอนได้สบาย ๆ (?)
(5 ที่นอน แต่นอน 7 คน)


คนที่ไปฝึกครั้งนี้ทั้งหมดมี 102 คน จากหลาย ๆ รร.รวมกัน
ซึ่งรร.เราเป็นปีแรกที่มา
ดูเหมือนว่ารร.อื่นจะคัดน.ร.ที่อยากให้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมมา
ส่วนรร.เราคัดนักเรียนจากห้องเด็กเรียนมา=_=''
ท่าแรกที่ฝึกคือกำหนดลมหายใจ (เป็นเพลง!)
"ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก ดั่งดอกไม้บาน ภูผาใหญ่กว้าง
ดั่งแม่น้ำฉ่ำเย็นดั่งนภาอากาศ อันบางเบา......"
เมื่อได้ฟัง + บรรยากาศเย็นสบาย ทำให้น่าหลับเป็นพิเศษ....

พระอาจารย์ที่สำนักนี้เทศน์สนุก แต่เสียอย่างเดียว เป็นภาษาพื้นบ้าน
เราฟังรู้เรื่องแต่ฟังไม่ทัน=_=''
ตอนไปอาบน้ำห้องน้ำก็สะอาดใช้ได้ แต่น้ำไม่ค่อยเท่าไหร่ มีปัญหาเรื่องสีและกลิ่น
แต่ตรงนั้นไม่ค่อยหนักเท่าไหร่ ที่หนักคือห้องน้ำหญิงคนเต็มตลอด ส่วนรร.เรามาช้า
กว่าจะได้อาบคนอื่นก็อาบเสร็จกันหมดแล้ว
เราเป็นคนสุดท้ายที่ได้อาบ (และได้อาบที่ห้องน้ำชายที่ว่างทุกห้องแล้ว)=_=''

ตอนแรกดูเหมือนว่าทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดีแต่ตอนก่อนที่จะกลับเข้าห้องไปนอน
มีคนขอให้พระอาจารย์เล่าเรื่องผีให้ฟัง
กลุ่มน.ร.(รร.อื่น)ที่ขอให้พระเล่าละก็ดันเองกรี๊ดเอง (สติแตก..)
จนมีคนบ่นออกมาว่า ดูซิ พวกนี้กรี๊ดกันเสียมารยาถ ดูเด็กที่มาจากรร.คริสต์สิ เค้ายัง
สงบเรียบร้อยเลย หลังจากนั้น เสียงก็ค่อย ๆ เงียบไป
ทุก ๆ คนดูเหมือนว่าพวกรร.เราไม่ค่อยกลัวผี แต่ที่จริงแล้วพอออกมา
สติแตกยิ่งกว่า (แต่ไม่ส่งเสียง) เจอต้นไม้ใหญ่เจออะไรก็ไหว้หมด
ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นเคยพูดว่าคนที่ไหว้ต้นไม้เป็นพวกงมงาย
แต่พอกลัวจริง ๆ จะให้ทำอะไรก็ได้ (ที่ดูงมงาย) เพื่อความสบายใจก็ทำหมด
คนที่ดูมีสติที่สุดคือเมย์ ส่วนเรากับซูซูแห่กันไปไหว้เจ้าที่เจ้าทาง
ก่อนเข้านอนก็ไหว้พระ (ส่วนเราขอเป็นพิเศษว่าอย่าฝันอะไรแปลก ๆ เลย
ตอนอยู่บ้านชอบฝันอะไรผี ๆ เป็นประจำ)
แต่การไหว้พระครั้งนี้ก็เกิดผล ไม่ฝันอะไรผี ๆ แต่ก็ฝันอยู่ดี
ค่อนข้างจะเป็นฝันดีแฮะ
ฝันว่าได้ไปห้องสมุดที่ใหญ่และสวยมาก ๆ ว่าไปแล้วก็อยากฝันต่อแฮะ=W=''

ตื่นเช้ามา (นอนเที่ยงคืนตื่นตี 5) มองออกไปจากบ้าน (พัก) คนอื่นยังไม่ตื่นกัน
เลยถือโอกาสนี้ไปล้างหน้าแปรงฟันก่อนชาวบ้าน
ทางที่ไปห้องน้ำเป็นดินธรรมดาที่ยังไม่ลาดปูน + ชันเป็นพิเศษ
เมย์เลยพูดเตือนก่อนเลยว่าระวังเพราะยังมืดอยู่ เดี๋ยวล้ม
ส่วนเราคิดในใจ 'ครั้งนี้ต้องไม่เปิ่น ๆ ๆ ๆ '
แต่พอก้าวลงเดิน ครืดดดดด
ไถลลงได้อย่างสวยงาม (?!) TWT
(เจ็บมือTWT)

พอพวกผู้ชายตื่นแล้วก็มีเรื่องเล่าน่าสยดสยองที่ไม่เกี่ยวกับผีมาเล่าให้ฟัง
เรื่องนี้เกิดขึ้นกับเจ๋ง
เรื่องคือผู้ชายนอนในมุ้งที่อยู่ในห้อง(ใหญ่ ๆ )เดียวกันมุ้งละ 2 คน
ตามที่เจ๋งว่าคือ มีกะเทย(รร.อื่น) คนนึงนอนอยู่ดี ๆ ก็เอามือเจ๋งไปกอด
(พอเล่าถึงตอนนี้ก็มีความรู้สึกขยะแขยง)
เจ๋งเลยแกล้งทำเป็นนอนละเมอแล้วถีบกะเทยคนนั้นออกไป
ละก็ขอมุ้งใหม่นอนคนเดียว
(ถึงตรงนี้ฟังแล้วขำมาก)

ตอนพักเที่ยงของวันที่ 2
นายทัวร์เลี้ยงไอศครีม(ตามไอเดียของเรา) ซื้อมา10 แท่ง
สุดท้าย คนที่ออกไอเดียก็ไม่ได้กิน ที่จริงเพื่อนก็ชวนแล้วแต่ก็ปฏิเสธซะงั้น
ข้ามมาตอนก่อนเข้านอนของอีกวัน
พระอาจารย์เปิด (ฉาย) วีดีโอตอนแม่คลอดลูก (ที่จริงเค้าเรียกกันว่ายังไงนะ=_='')
ตอนดูเราไม่กล้าดู น่ากลัว(ดูหลังอาหาร) เลยหันหน้าไปทางอื่นซะ ไม่อยากเห็น
พระอาจารย์ท่านก็เทศน์เรื่องแม่
ตอนใกล้จบเสียงพระอาจารย์ก็สั่น ๆ เหมือนจะร้องไห้ซะงั้น
พอดูเสร็จหันหน้าไปมองเพื่อนแต่ละคนน้ำตาโชกหน้ากัน
ส่วนนายทัวร์ ร้องได้ค่อนข้าง..... มาก
ร้องก็ร้องดังกว่าชาวบ้าน แถมมีเสียงน้ำมูกอีก
(จนเจ๋งที่นั่งอยู่ข้างหน้าได้ยินเสียงแล้วร้องไห้ไม่ลง)
ส่วนเราก็เฉย ๆ เพราะไม่ได้ตั้งใจดูตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
แต่ก็ทำหน้าเศร้าไว้ก่อน
เป็นผู้หญิงคนเดียวที่ไม่ร้องไห้ (นี่ฉันเป็นพวกอารมณ์ด้านชารึเปล่าเนี่ย)

ตอน 10 โมงของอีกวันนึงก็กลับบ้าน
แต่ความโชคร้ายไม่เคยปรานีใคร เราลืมกระเป๋าไว้ที่รร.
ไม่ได้ทำการบ้านอีกแล้วTWT

สรุปผลจากการไปครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงของชีวิตครั้งยิ่งใหญ่
เพราะพอไปเรียน ตอนเรียนคาบคณิต ปกติเราจะเต็มตลอด
แต่หนนี้ ได้ 3 คะแนน จาก 5 !!!!
ส่วนภาษาไทยได้เต็ม ทั้ง ๆ ที่ปกติทำไมค่อยได้
ขอให้เหมือนเดิมเถิดTWT
แต่ไม่ว่ายังไง การไปเข้าค่ายวิปัสนาครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก
อย่างน้อยก็มีสติมากกว่าเดิม

2006/Jun/08

ในที่สุดก็ถึงวันนี้แล้ว วันที่เราอายุ 14 ปี
อีกปีก็ได้ทำบัตรประจำตัวประชาชนแล้ว=W=
.........

วันนี้ตอนเช้าโดนคุณแม่เทศน์รับวันเกิดลูก
เนื่องจากคุณแม่ท่านจำวันเกิดเราไม่ได้ก็เลยถาม (เป็นหนที่100) ว่าวันที่เท่าไหร่
ส่วนเราก็เบื่อที่จะตอบคำถามซ้ำ ๆ ซาก ๆ มาก
เลยเงียบ ๆ ไม่ได้พูดอะไร ทำหน้าเฉย ๆ ซะ เบื่อมาก ๆ
นั่นหล่ะที่ทำให้เราโดนว่าอย่างหนักเลย=W=

ต่อมาก็พูดถึงเหตุการณ์ที่รร.
เราเป็นตัวแทนทำโครงงานวิทยาศาสตร์ (เคมี) ไปแข่งขัน
ตอนเที่ยงคุณครูก็ให้คนในกลุ่มมาปรึกษาวิธีทำกัน
สิ่งที่เรากลัวที่สุดพอ ๆ กับกลัวตายคือ
"ความล้มเหลวของโครงงาน"
เพราะฉะนั้น เราก็เลยถามคุณครูก่อนว่าถ้าสมมติว่า
ถ้าทำออกมาแล้วมันเสีย มันเน่าจะทำอย่างไร
แต่ตอนเราถามเราถามว่า
"แล้วถ้ามันบูดล่ะคะ"(กะจะให้คุณครูตอบก่อน แล้วค่อยถามต่อว่า จะทำอย่างไร)
หลังจากนั้นคุณครูก็ตอบประมาณว่าดูก่อน แล้วพูดเรื่องอื่น
เราก็เลยถามเรื่องมันบูด ๆ ซัก 4-5 รอบ
แล้วก็ผลออกมาเหมือนเดิม ไม่ได้ถามว่าจะทำอย่างไรถ้ามันบูด

ตัดฉากมาตอนหลังเลิกเรียน
ตอนเราซื้อขนมเสร็จกลับมาที่โต๊ะกำลังจะทาน
เพื่อนเราก็เอาห่อของขวัญมาให้
เป็นเค้กก้อนเล็ก ๆ 2 ก้อน
พอเพื่อนอีกคนนึงมาเห็นก็เลยซื้อขนมมาให้อีก (กะจะเอาอิ่มตายเลยรึ)
รู้สึกดีใจมากๆ
แต่พอหลังจากนั้น
"พิมพ์อายุ 15 แล้วใช่มั้ย" เพื่อนคนหนึ่งพูดขึ้น
"=W='' เค้าแก่ขนาดนั้นเลยหรอ เพิ่ง 14 น้า"
"เปล่าหรอก ๆ เห็นเพื่อนคนอื่น 15 หมดแล้วเลยนึกว่าพิมพ์อายุ 15"
/me ค่อยยังชั่ว =W=''

พอตอนใกล้กลับบ้าน เพื่อนเราไปประชุมโครงงานแต่เราไม่ได้ไป
เพื่อนเรามาบอกเราว่าคุณครูบ่นเรา
เรื่องที่ว่าโน่นบูดนี่เสียนั่นเน่า
พอได้ยินเสร็จก็เสียใจมาก
เพราะเราก็ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าเราจะทำตัวให้คุณครูรำคาญขนาดนั้น
จะว่าเราผิดก็ใช่เหมือนกัน TWT


แต่กลัวจริง ๆ ว่ามันจะใช้ไม่ได้ แล้วการทดลองล้มเหลว
เพราะว่าไม่มีแผนสำรอง หากการทดลองแรกล้มเหลว
ถ้าล้มเหลวจริง ๆ เราคงรู้สึกผิดมาก ๆ
เพราะไม่สามารถทำให้ออกมาดีและมีแผนสำรองที่ดีพอ
+ไม่สามารถวางแผนโครงงานให้ใช้ได้จริง (พวกสร้างบ้านไม่มีผัง)

ปล. เสาร์หน้าเราจะไปนั่งวิปัสนากรรมฐานที่วัดเป็นเวลา
3 วัน 2 คืนค่ะ เราอาจจะไม่ได้อัพนะคะ
หวังว่าคงไม่เจออะไรแปลก ๆ ในวัด
(ไปจัดระเบียบสมองใหม่-_-'')
 

edit @ 2006/06/08 18:49:38